ท่านสามารถช่วยเหลือเด็กถูกรังแกได้อย่างไรบ้าง

• อย่าเพิ่มความเสียหายมากขึ้นโดยการแสดงการช่วยเหลือเด็กมากเกินไปต่อหน้าคนอื่น วัยรุ่นจะกังวลเรื่องภาพลักษณ์ของเขาในบรรดากลุ่มเพื่อน ดังนั้นอาจจะเป็นการดีกว่าถ้าท่านช่วยเหลือด้วยคำพูดและการกระทำอื่นๆ เป็นการส่วนตัวภายหลัง

• ใช้เวลากับนักเรียน เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ฟังสิ่งที่เขาบอก และหาข้อเท็จจริง (ใคร อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร) และประเมินความรู้สึกของเด็กต่อการถูกรังแก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเขาที่ถูกรังแกหรือไม่ หรือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานแล้ว ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าการพูดคุยแบบนี้อาจทำให้นักเรียนลำบากใจ ท่านต้องบอกเขาว่าท่านเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นและรับรองกับเขาว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขา
• ชมเชยนักเรียนที่เขากล้าพูดคุยเรื่องการรังแกกันกับท่าน บอกให้เขาทราบถึงความสำคัญของข้อมูลต่างๆ ที่เขาให้มาว่านอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองแล้วยังจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนด้วยเช่นกัน

• ให้นักเรียนบอกว่ามีอะไรที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัยบ้าง เด็กที่ถูกรังแกอาจรู้สึกว่าตนเองไร้อำนาจ หวาดกลัวและหมดทางช่วยเหลือตนเอง ควรให้โอกาสเขาได้พูดหรือแสดงความคิดเห็น และทำตามสิ่งที่เขาขอถ้าพอเป็นไปได้ ควรเน้นกับเด็กว่าสิ่งที่ได้พูดคุยกันถือเป็นความลับและแจ้งเด็กว่าท่านจะเปิดเผยเรื่องนี้กับใครบ้างและไม่เปิดเผยกับใครบ้าง หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ จากผู้ใหญ่หรือนักเรียนคนอื่นเพื่อให้นักเรียนผู้ถูกรังแกรู้สึกว่าเขาไม่ใช่เป็นคนเดียวที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรังแกกันที่เกิดขึ้น เวลาสอบถามนักเรียนผู้รังแกหากเป็นไปได้ห้ามเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกรังแกแต่ให้บอกไปแทนว่าท่านได้ทราบถึงเรื่องนี้จากแหล่งต่างๆ รวมถึงจากผู้ใหญ่คนอื่นด้วย

• สื่อสารกับผู้ร่วมงานเกี่ยวกับเหตุการณ์รังแกกันที่เกิดขึ้น เนื่องจากบุคลากรคนอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนผู้ถูกรังแกนั้นสามารถที่จะดูแลช่วยเหลือได้เช่นกัน บอกผู้ร่วมงานให้คอยสังเกตการณ์ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าการรังแกกันนั้นได้ยุติลงแล้ว และต้องแน่ใจว่าเขาได้สื่อสารความคืบหน้าหรือเหตุการณ์ต่างๆ ให้บุคลากรคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทราบด้วย

• อย่าบังคับให้นักเรียนที่ถูกรังแกมานัดพูดคุยกับนักเรียนที่รังแก เนื่องจากผู้ถูกรังแกอาจอยากอยู่ห่างๆ หรือไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับผู้รังแก เพราะฉะนั้นการนัดพูดคุยกันอาจเป็นการทำให้เด็กบอบช้ำมากขึ้น การบังคับให้ขอโทษกันก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน

• ให้ข้อมูลเด็กผู้ถูกรังแกว่าท่านจะ “ดำเนินการเช่นไรต่อไป” การบอกเด็กเช่นนี้จะทำให้เด็กได้ความรู้สึกที่ปลอดภัยกลับคืนมาและรู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์ได้ กระตุ้นให้เด็กมาบอกครูถ้ามีการรังแกกันเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นจากผู้รังแกคนเดิมหรือจากคนอื่นๆ ก็ตาม • สนับสนุนส่งเสริมให้เด็กหาเพื่อนเพิ่มขึ้น เครื่องมือสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการป้องกันการรังแกกันก็คือ การช่วยให้เด็กมีเพื่อนที่ดีอย่างน้อยหนึ่งคนที่สามารถใช้เวลาด้วยกัน หรือคุยด้วยได้

• ศึกษาดูว่าผู้ปกครองของเด็กสามารถมีส่วนร่วมอย่างไรได้บ้าง เด็กหลายคนมักเก็บเหตุการณ์ที่ถูกรังแกไว้โดยไม่บอกผู้ปกครอง อธิบายให้เด็กทราบว่าถ้าผู้ปกครองรู้เรื่องด้วย เขาก็จะมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นอีก พูดคุยกับผู้ปกครองเด็กเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน• ส่งปรึกษาต่อผู้เชี่ยวชาญหากเห็นสมควร การถูกรังแกที่รุนแรงและต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบเป็นบาดแผลทางจิตใจได้ ลองประเมินหรือให้ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นประเมินว่าเด็กต้องการความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด คุยกับครูแนะแนวของโรงเรียนเรื่องการบำบัดหรือการให้คำปรึกษาจากบุคลากรทางสุขภาพจิต ยอมเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่จะให้บริการช่วยเหลือมากเกินความจำเป็น มากกว่าที่จะให้น้อยไป ปัจจุบันนี้การรังแกกันไม่ถือว่าเป็นเรื่องปรกติหรือส่วนหนึ่งของการเติบโตที่เด็กๆ ต้องทนอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำร้ายกันซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางด้านร่างกาย จิตใจและผลการเรียนตามมาสำหรับผู้ถูกรังแกได้

• ท่านต้องคอยติดตามดูแลนักเรียนที่ถูกรังแก ให้เขารับรู้ได้ว่าท่านเป็นที่พึ่งพาของเขาได้ และท่านจะ “ตรวจสอบ” หรือสอบถามความคืบหน้ากับเขาในอีกสองสามวันและต่อๆ ไป

เรียบเรียงจาก No-Name Calling Week Resource Guide 2004 โดย ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา

Add A Comment


โครงการจัดทำสื่อเพื่อโครงการนำร่อง "โรงเรียนปลอดความรุนแรง"

ภายใต้โครงการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครอง สุขภาพและสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
แผนงานส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครอง สุขภาพและสิทธิมนุษยชน
ด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว และสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ติดต่อ โครงการจัดทำสื่อเพื่อโครงการนำร่อง "โรงเรียนปลอดความรุนแรง"
70/157 การเคหะหลักสี่ ถ.แจ้งวัฒนะ ซอย แจ้งวัฒนะ 5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2984-6080
E-mail : mediabyfriends@hotmail.com website : www.mediabyfriends.com

Copyright ©2008 NoViolenceInSchools.net. All Rights Reserved.