บางครั้งผมรังแกคนอื่น ทำไงดี?
คนส่วนใหญ่อาจจะเคยรังแกคนอื่นบ้างเป็นบางครั้งในบางช่วงของชีวิต แต่เมื่อทำไปแล้วเขามักจะรู้สึกผิดและจะพยายามไม่ทำอีก แต่ถ้าคุณคอยรังแกคนอื่นอยู่ตลอดเวลาและไม่แคร์ว่าเขาจะโกรธหรือไม่สบายใจอย่างไร คุณก็กำลังมีปัญหาเสียแล้วละ
การยอมรับว่าบางครั้งคุณเคยรังแกคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราทำและรับผิดชอบต่อผลของมันที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ไม่มีใครชอบคนเป็นอันธพาลหรอก หากคุณอยากให้คนชอบคุณอย่างที่คุณเป็นจริง ๆ คุณก็ควรที่จะพยายามเปลี่ยนวิธีที่คุณปฏิบัติต่อคนอื่น ๆ เสียบ้าง คนที่รังแกคนอื่นนั้นอาจจะทำให้เขากลัวและแกล้งทำเป็นดีกับเรา แต่นั่นก็ไม่ใช่มิตรภาพที่แท้จริง คนที่รังแกคนอื่นมักจะรู้สึกเหงาและไม่มีความสุขอยู่เสมอ
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบรังแกคนอื่น คุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าคุณจะชอบที่คุณเป็นอย่างนั้นก็ตาม!
ก่อนอื่นคุณอาจต้องพยายามทำความเข้าใจเสียก่อนว่าทำไมคุณจึงรังแกคนอื่น
• คุณตั้งใจที่จะทำให้คนอื่น ๆ ไม่สบายใจหรือเสียใจหรือเปล่า? เวลาที่คุณพูดกับคนอื่น ๆ คุณอยากให้เขารู้สึกตัวเล็ก ๆ และถูกขู่ขวัญไหม?
• คุณรู้ตัวหรือเปล่าในขณะที่คุณกำลังรังแกคนอื่น หรือคุณสังเกตจากปฏิกิริยาของเขาเท่านั้น ว่าคุณได้ทำอะไรผิดลงไปแล้ว
• มีอะไรบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจมาก ๆ ไหม เช่น ปัญหาที่บ้านหรือที่โรงเรียน
• เวลาอยู่ที่โรงเรียนคุณรู้สึกถูกทอดทิ้งหรือเหงาไหม?
• มีใครกำลังรังแกคุณอยู่หรือเปล่า? ครู ผู้ใหญ่บางคน หรือคนในครอบครัวของคุณเอง หรือนักเรียนอีกคนหนึ่ง มันทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง? คุณระบายความรู้สึกไม่ดีโดยการรังแกคนอื่นอีกหรือเปล่า? ถ้าคุณจะลองพูดกับคนที่รังแกคุณเพื่อแก้ปัญหาได้ไหม? หรือจะให้ใครพูดแทนคุณได้ไหม?
• มีใครบางคนโดยเฉพาะไหมที่คุณรังแก? ทำไมจึงต้องเป็นคน ๆ นั้น? คุณอิจฉาอะไรเขาหรือเปล่า? หากมีใครที่ทำให้คุณหงุดหงิดมาก ๆ ให้พยายามหลีกเลี่ยงเขาเสีย
| สาวิตรี อายุ 18 “มีเด็กผู้หญิงในห้องเราคนหนึ่งที่เราคิดว่าเธออ้วน ที่จริงเธอก็คงไม่ได้อ้วนอะไรมากมายหรอก แต่เราล้อเลียนเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไม่หยุดหย่อน วันหนึ่งเธอก็น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และตอนหลังเรารู้ว่าเธออดอาหารเสียจนกลายเป็นโรคที่เกี่ยวกับการกินที่ผิดปกติ จนต้องเข้าโรงพยาบาลในที่สุด ตอนนี้คิดแล้วฉันก็รู้สึกละอายใจมาก” |
• มีโอกาสหรือเหตุการณ์อะไรที่ทำให้คุณหงุดหงิดเป็นพิเศษจนคุณต้องไประบายความรู้สึกเอากับคนอื่นหรือเปล่า? คุณพอจะบอกได้ชัด ๆ ไหม ว่าอะไรทำให้คุณรำคาญใจมากที่สุด และคุณสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ไหม? ลองคิดหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนั้น หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ให้พยายามเดินหนีไปเสียก่อนที่คุณจะทำอะไรที่ทำให้คุณเสียใจในภายหลัง
• มีอะไรบางอย่าง เช่น บทเรียน หรือ งานบางอย่าง ที่ทำให้คุณโมโหหรือกลัดกลุ้มบ้างไหม? คุณรู้สึกว่าบางวิชาช่างยากเหลือเข็ญไหม? คุณพอจะไปปรึกษาใครได้ไหม?
• คุณรู้สึกว่ากำลังทำให้ใครบางคนผิดหวังหรือเปล่า ที่คุณไม่ฉลาดหรือมีความสามารถพิเศษ หรือไม่สุภาพอย่างที่เขาคาดหวัง บางครั้งครอบครัวหรือครูอาจวางมาตรฐานไว้สูงเกินไปจนเรารู้สึกว่าคงไม่มีวันทำได้ สถานการณ์แบบนี้ทำให้หมดกำลังใจได้ง่าย บ่อยครั้งคนเหล่านี้จะไม่รู้หรอกว่าพวกเขากำลังสร้างความกดดันให้กับคุณมากเพียงไหน ถ้าคุณรู้สึกเช่นนี้ขอให้หาโอกาสพูดกับคนเหล่านั้นและบอกเขาว่าคุณรู้สึกอย่างไร
• คุณไปไหนต่อไหนกับพวกอันธพาลที่ชอบรังแกคนอื่นหรือเปล่า? ทำไมคุณจึงยังอยู่ในแก๊งนี้ จริง ๆ แล้วคุณอยากอยู่กับคนที่คอยรังแกคนอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า?
| เด่นชัย อายุ 17 “ผมคิดว่าตอนอยู่ที่โรงเรียนผมเกเรมาก ผมมีเพื่อนสองสามคน และเรามักจะเที่ยวไปรีดไถเงินจากเด็กที่เล็กกว่าทุกอาทิตย์ หากขัดขืนเราก็จะซ้อม พวกเราคงจะน่ากลัวมากในตอนนั้น แต่ตอนนี้พฤติกรรมแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวผมเลย |
• คุณรู้สึกตื่นเต้นหรือสนุกกับการได้ทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า? หรือหยิบฉวยเอาของเขาไปใช้? การทำอย่างนี้มันทำให้คุณรู้สึกมีอำนาจหรือเปล่า?
• คุณตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันหรือเปล่า? คุณพยายามใช้ขนาดร่างกายและความแข็งแรงในการข่มขู่คนอื่น ๆ หรือเปล่า?
• คุณรับเอาความรุนแรงและทารุณโหดร้ายมาจากที่อื่นและคุณเป็นคนที่ถูกรังแกมาก่อนหรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็อาจจะตัดวงจรของความรุนแรงนี้ได้ และไม่ยอมให้คนอื่นต้องรับทุกข์เหมือนที่คุณเคยโดนมาอีก
• คุณรู้สึกตื่นเต้นหรือสนุกกับการได้ทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า? หรือหยิบฉวยเอาของเขาไปใช้? การทำอย่างนี้มันทำให้คุณรู้สึกมีอำนาจหรือเปล่า?
• คุณตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันหรือเปล่า? คุณพยายามใช้ขนาดร่างกายและความแข็งแรงในการข่มขู่คนอื่น ๆ หรือเปล่า?
• คุณรับเอาความรุนแรงและทารุณโหดร้ายมาจากที่อื่นและคุณเป็นคนที่ถูกรังแกมาก่อนหรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็อาจจะตัดวงจรของความรุนแรงนี้ได้ และไม่ยอมให้คนอื่นต้องรับทุกข์เหมือนที่คุณเคยโดนมาอีก มีใครที่คุณไว้ใจและสามารถพูดถึงปัญหานี้ด้วยได้ไหม?
การพูดคุยกับคนอื่นช่วยทำให้เราเข้าใจอะไร ๆ ชัดเจนขึ้น การแก้นิสัยที่ฝังรากลึกอาจไม่ง่ายนัก แต่การมีคนคอยให้กำลังใจก็จะทำให้มันง่ายขึ้น
| วิรัตน์ อายุ 15 “ผมไม่รู้หรอกว่าคนที่ถูกรังแกรู้สึกอย่างไร จนกระทั่งน้องผมเองถูกรังแก เขาอ่อนกว่าผมสามปีและหูตึง ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง การกลั่นแกล้งรังแกที่เขาได้รับทำให้เขาแย่ไปเลย จนกระทั่งเราทำให้มันหยุด ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมเคยทำให้เด็กอื่น ๆ รู้สึกแย่มาก ๆ ยังไง ผมจะไม่รังแกคนอื่น ๆ อีกแล้ว” |
ฉันจะหยุดรังแกคนอื่นได้ยังไง?
• ถ้าเป็นไปได้ให้ขอโทษคนที่คุณเคยรังแก พยายามหาโอกาสพบเขาเป็นส่วนตัว ไม่ต้องทำต่อหน้าคนอื่น ๆ และอย่าหงุดหงิดมากเกินไปถ้าเขายังมีท่าทีระแวงสงสัยคุณอยู่ เพราะเขาคงจะต้องใช้เวลาสักหน่อยที่จะทำความรู้จักคุ้นเคยกับ “คุณคนใหม่”
• พยายามทำดีกับเขาเพื่อเป็นการชดใช้กับที่คุณเคยรังแกเขามาก่อน หรืออย่างน้อยก็แสดงความเป็นมิตรดีต่อเขา หากคุณเคยทำร้ายเขามาก่อน อาจจะต้องใช้เวลาบ้างในการที่เขาจะกลับมาไว้วางใจคุณอีก อย่าท้อถอย ขอให้พยายามต่อไป
• ลองดูว่าคุณจะช่วยเหลือนักเรียนเข้าใหม่ในห้องของคุณได้ไหม นักเรียนใหม่อาจรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่รู้เรื่องในอดีตของคุณที่เคยรังแกคนอื่น และอาจจะยินดีรับมิตรภาพจากคุณ
• หางานพิเศษทำหรือทำงานอาสาสมัคร คนนอกโรงเรียนคงจะไม่รู้ว่าคุณเป็นคนที่ชอบรังแกคนอื่นในโรงเรียน และคงจะไม่ทราบเรื่องราวในอดีตของคุณ
• ไปเยี่ยมสมาคมหรือชมรมเยาวชนในท้องถิ่น หากคุณสามารถหาเพื่อนนอกโรงเรียนได้ คุณก็จะไม่รู้สึกขาดความมั่นใจหรือเหงา
• พยายามติดตามหาความรู้หรือความชำนาญในสิ่งที่คุณสนใจ หรือไม่ก็หาอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจทำ สำรวจดูว่ามีชมรมหรือหลักสูตรอะไรในท้องถิ่นที่คุณจะไปร่วมฝึกอบรมหรือเรียนด้วยหรือไม่ แล้วไปสมัครเป็นสมาชิก
• เริ่มเล่นกีฬาถ้าคุณมีพลังเยอะและรู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ในห้องเรียนทั้งวัน ลองหาข้อมูลดูจากชมรมกีฬาต่าง ๆ
• เรียนยูโด ไอคิโด หรือคาราเต้ ถ้าคุณเป็นคนใจร้อนโมโหง่าย ศิลปะการต่อสู้เหล่านี้สอนให้คุณควบคุมอารมณ์ทางลบและใช้พลังงานอย่างสร้างสรรค์
| สมคิด อายุ 17 เล่าว่า “ผมจะโมโหมากถ้าใครมาทำให้หงุดหงิด และจะคิดอะไรไม่ค่อยออก บางครั้งผมจะชกคนอื่น ๆ และเกิดเรื่องต่อสู้กันขึ้น” |
• ตั้งเป้าหมายสำหรับแต่ละวัน (เช่น เช้านี้ฉันจะไม่แกล้งสมศรี หรือฉันจะไม่ยั่วโมโหธเนศร์เมื่อพบเขาที่โรงอาหารตอนเที่ยง หรือ วันนี้ฉันจะพยายามทำตัวให้น่ารักกับสุนิสา) มันอาจจะฟังดูซื่อบื้อ แต่มันก็ได้ผลจริง ๆ นะ!
• หากคุณมีเพื่อนที่ไว้ใจได้ คุณอาจขอให้เขาช่วย บางทีเขาอาจช่วยเข้ามาขวางเมื่อเห็นคุณเริ่มรังแกคนอื่นหรือเริ่มก้าวร้าวรุนแรง
• คุยกับใครบางคนที่โรงเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่คุณประสพ และถามเขาว่ามีเวลาที่คุณเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มีที่เงียบๆ ตรงไหนที่คุณอาจไปนั่งได้ไหม การหนีออกไปจากที่ที่คุณกำลังโมโหช่วยให้คุณควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
อย่าท้อถอยถ้าคุณพบว่าตัวเองกลับไปรังแกเพื่อนอีก แม้ว่าคุณจะพยายามตั้งใจจะไม่ทำอีกแล้วก็ตาม คุณไม่อาจที่จะกลับไปเป็นคนที่ดีพร้อมภายในชั่วข้ามคืน การเปลี่ยนพฤติกรรมต้องอาศัยเวลาบ้าง หากมีอุปสรรคหรือขัดข้องอย่างไรก็ต้องพร้อมที่จะแก้ไขและพยายามต่อไป
การขจัดนิสัยชอบรังแกและเรียนรู้ที่จะสร้างเพื่อนใหม่หมายถึงว่าคุณกำลังพยายามพัฒนาตนเองไปในทางที่ดี
ผู้ใหญ่ที่เคยเป็นคนชอบรังแกคนอื่นมาก่อนในวัยเด็ก มักลงเอยด้วยการมีปัญหามากมายในชีวิต เช่น ปัญหาในความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ มีเพื่อนน้อย เปลี่ยนงานบ่อย หรือแม้กระทั่งต้องโทษถูกจำคุก เพราะเขายังคิดว่าการก้าวร้าวและดุร้ายเป็นวิธีเดียวที่จะปฏิบัติต่อคนอื่น ๆ คุณอาจป้องกันไม่ให้มีปัญหาเหล่านี้เสียตั้งแต่ตอนนี้โดยหยุดรังแกเพื่อน ๆ เสียที
………………..
เขียนโดย
ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Add A Comment