โครงการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไข
การใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน


เหตุผลและความเป็นมา
สถานการณ์และปัญหาเด็กในสังคมไทยนับวันจะมีความซับซ้อน วิกฤติและ   รุนแรงมากขึ้น เด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งได้รับการหลอมหล่อจากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน  ล่อแหลมต่อการกระทำผิดกฎหมาย หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอันดีงาม มีค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การนิยมซื้อสินค้าราคาแพง การเสพและดื่มของมึนเมา การเที่ยวกลางคืนตามสถาน   เริงรมย์และสถานบันเทิง การมั่วสุมเล่นการพนันและเกมคอมพิวเตอร์ การทะเลาะวิวาท ตลอดจนการใช้ความรุนแรง  แม้แต่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและ  เอกชนเองก็ยังได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุและความไม่ปลอดภัย  ทั้งจากภายในและภายนอก    สถานศึกษา  จนบางครั้งถึงกับเสียชีวิตหรือพิการเป็นจำนวนมากในแต่ละปี  รูปแบบความรุนแรงที่เด็กเยาวชนที่เป็นนักเรียนได้รับ
 เช่น

(1) ความรุนแรงจากการใช้กำลัง เช่น เพื่อนนักเรียน   ด้วยกันทำร้ายด้วยกำลังและใช้อาวุธ หรือโดนครูทำโทษเกินขอบเขต

(2) ความรุนแรงจากการใช้วาจาดูหมิ่น เช่น เพื่อนนักเรียนด้วยกันใช้คำพูดเหยียดหยามถึงภูมิหลังของครอบครัวหรือ นำเอาปมด้อยทางร่างกายขึ้นมาล้อเลียนและ

(3) ความรุนแรงในการข่มเหงทางเพศ เช่น      นักเรียนหญิงโดยเพื่อนชายล่วงละเมิดทางเพศ หรือหลอกให้มีเพศสัมพันธ์โดยตนเองไม่ยินยอมด้วย เหล่านี้ เป็นต้น

  ในสหรัฐอเมริกา ปัญหาความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษาซึ่งมีรากฐานมาจากความรุนแรงในสถานศึกษา นับเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ครู พ่อแม่    ผู้บริหารสถานศึกษา  หน่วยงานรัฐบาล และผู้รับผิดชอบในนโยบายทั่วประเทศ การป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา (prevention of violence) จึงถูกกำหนดให้เป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในโรงเรียนของรัฐต้องดำเนินการ (Robert L. Dean and Yang Wang 1:3) สำหรับประเภทของความรุนแรงในสถานศึกษา (types of school violence) นั้น สมาคมคณะกรรมการสถานศึกษาแห่งชาติ (National  School  Board  Associations = NSBA)    ได้ทำการสำรวจในปี ค.ศ.1993 พบว่า 78 เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนในเขตพื้นที่ที่ให้ข้อมูลรายงานว่าเป็นความรุนแรงที่นักเรียนนักศึกษาทำกับนักเรียนนักศึกษาด้วยกันเอง   68  เปอร์เซ็นต์ของรายงานของโรงเรียน เป็นความรุนแรงที่นักเรียนนักศึกษากระทำต่อครู 61 เปอร์เซ็นต์เป็นกรณีนักเรียนนักศึกษา   นำอาวุธมาโรงเรียน 28 เปอร์เซ็นต์เป็นอาชญากรรมทางเชื้อชาติ  24 เปอร์เซ็นต์เป็นการก่ออาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นแก๊ง 7 เปอร์เซ็นต์ เป็นกรณีการข่มขืน  (Warner, Weist & Krulak,  1999)


           จากปรากฏการณ์ดังกล่าว แม้จะเป็นกรณีของต่างประเทศ แต่สังคมไทยปฏิเสธ  ไม่ได้ว่า เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาของไทยก็ยังคงมีอยู่ จากตัวเลขเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ทั่วประเทศ สังกัดกรมพินิจเด็กและคุ้มครองเด็กและเยาวชน   ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 ถึงมีนาคม 2549 พบว่า

จำนวน 11,045 คน เป็นผู้มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 30.5 เป็นผู้มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 42.24 ทั้งฐานความผิดก็มีหลากหมายตั้งแต่ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับเพศ ยาเสพติดให้โทษ ความผิดเกี่ยวกับชื่อเสียงและการปกครองความผิดเกี่ยวกับอาวุธและวัตถุระเบิด เป็นต้น แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการจะได้ใช้ความพยายามในการป้องกันการแก้ไขใช้ความรุนแรง การใช้ชีวิตแบบสุ่มเสี่ยงของเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการจัดตั้งให้มีองค์กรการทำงานด้านเด็กในกระทรวงศึกษาธิการ คือ  การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นช่องทางในการช่วยเหลือ    ปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กไม่ให้ถูกกระทำละเมิดสิทธิทั้งร่างกาย ทางเพศ หรือจิตใจและปกป้องจากการใช้ความรุนแรง โดยทำงานร่วมประสานกับทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านเด็กด้วยกันอย่างกว้างขวางซึ่งนอกจากการคุ้มครองสิทธิเด็กและช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กที่ถูกละเมิดแล้ว ยังได้ดำเนินการเชิงป้องกันและพัฒนาด้วยการให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อป้องกันและลดภาวการณ์ถูกละเมิดและการใช้ความรุนแรงในเด็ก

ทั้งต่อมากระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดตั้งศูนย์เสมารักษ์เป็นหน่วยปฏิบัติ-การพิเศษเพื่อดำเนินการป้องกันการใช้ความรุนแรงของเด็กและเยาวชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเด็กและเยาวชนมีจำนวนมาก สถานะครอบครัวและ สภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการก็มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและด้านอื่นๆ ที่จะดำเนินการป้องกันให้ทั่วถึงและต่อเนื่อง ปัญหาการใช้ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนยังมีและปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ  ผู้วิจัยซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการการศึกษาสภาพการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เห็นว่าหากต้องการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรง  ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เข้มแข็ง  เพิ่มการมีส่วนร่วมของ ชุมชน ผู้ปกครอง และนักเรียน รวมทั้งส่งเสริมให้  ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักและเข้าใจวิธีการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรง จึงมีความสนใจที่จะทดลองใช้ระบบการ  ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้สถานศึกษาได้นำรูปแบบที่ได้นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข สามารถพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพยิ่งขึ้น

ลักษณะโครงการ 
เป็นการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา

กลุ่มเป้าหมายดำเนินการ
ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทดลอง 2 แห่ง ได้แก่ แห่งที่ 1 กรุงเทพมหานคร  โรงเรียนบางกะปิ  และแห่งที่ 2  จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

วัตถุประสงค์
เพื่อดำเนินการและพัฒนา (R&D, D&R) รูปแบบการใช้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ระยะเวลา  1 ธันวาคม 2550 – 31 ตุลาคม 2551

กิจกรรมในการดำเนินงาน 
 1. พัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในระบบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการส่งต่อทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเป็นขั้น  ที่ 5 ของกระบวนการในระบบพัฒนาให้เกิดการทำงานแบบสหวิชาชีพ ทำให้ ครู นักเรียน       ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ ใกล้ชิด และร่วมมือกันดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 2. พัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในสถานศึกษาสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันโดยปราศจากการใช้ความรุนแรง 3. ส่งเสริมกิจกรรมและสร้างพื้นที่ดีให้กับนักเรียนทุกกลุ่มรวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ  ครอบครัวเพื่อให้นักเรียนทุกกลุ่มมีโอกาสได้แสดงออกและได้รับการยอมรับในทางที่เหมาะสมรวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป้าหมาย
1. เชิงปริมาณ
   1.1 ได้สถานศึกษาต้นแบบสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา จำนวน  2 แห่ง ได้แก่ แห่งที่ 1 กรุงเทพมหานคร โรงเรียนบางกะปิ และแห่งที่ 2 จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม
1.2 ได้เอกสารรายงานผลการทดลองและพัฒนารูปแบบการใช้ระบบการดูแล       ช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. เชิงคุณภาพ       
   ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน ในพื้นที่เป้าหมายได้รับความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา
ผู้รับผิดชอบโครงการ
1. นายชาคริต  ภวังคนันท์    หัวหน้าโครงการ
2. ดร.ประพัฒน์พงศ์   เสนาฤทธิ์  ที่ปรึกษา

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
 1. ได้รูปแบบการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา ที่สามารถนำไปพัฒนา ขยายผลเพื่อป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดต้นแบบ  “โรงเรียนปลอดความรุนแรง” ในอนาคต
 2. ได้รายงานผลการดำเนินงาน โดยวิเคราะห์/สังเคราะห์กลไก กระบวนการ วิธีการในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการป้องกันและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา
3. ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการแก้ไขการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม

  1. บุญเลิศ ค่อนสอาด Said,

    ผมมีความต้องการซ้อหนังสือคู่มือครูในการสร้างวินัยเชิงบวกในโรงเรียน ไม่ทราบว่าจะติดต่อขอซื้อได้ที่ไนครับ ขอความกรุณาช่วยแจ้งกลับที่ e-mail ของผม หรือ โทร. 08 - 1861-8049
    ขอขอบคุณมากครับ

  2. ทีมงาน NVIS Said,

    ขอบคุณที่สนใจนะคะ สำหรับชุดที่พิมพ์เป็นเล่มไปแล้วนั้น ตอนนี้ในส่วนกลางอาจจะต้องรอพิมพ์เพิ่มเพื่อแจกอีกครั้งค่ะ เพราะมีจำนวนจำกัดมาก ดังนั้นทางทีมงานจะส่งชุดเอกสาร ทีเป็นไฟล์ pdf ไปให้ก่อนทางอีเมล์นะคะ

    ขอบคุณค่ะ

  3. STC Said,

    อยากได้ไฟล็ที่เป็น pdf ด้วยค่ะ รบกวนส่งให้ทางเมล์ที่ให้มานะคะ

  4. ทีมงาน Said,

    คุณ STC รบกวนส่งเมล์มาให้ทีมงานอีกครั้งนะคะ
    จะได้จัดส่งไฟล์ไปให้
    หรือสามารถดาวน์โหลดได้เองค่ะที่

    http://www.noviolenceinschools.net/books/download/handbook_teacher1.pdf

    คลิกแล้วกด save ได้เลยค่ะ

  5. อัจฉรา Said,

    เรียนคุณบุญเลิศ
    ทางทีมคณะบริหารจัดการกำลังเช็ก stock ให้ค่ะ แล้วจะติดต่อกลับไปค่ะ

  6. กิตติชัย บุษราคัม Said,

    ต้องการนำโรงเรียนเข้าสู่โครงการโรงเรียนคุ้มครองเด็ก จะต้องทำอย่างไรบ้างครับ

  7. อัจฉรา Said,

    ติดต่อได้ที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กตามที่อยู่ข้างล่างนี้ค่ะ
    คุณมานิตย์ ขันทา
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก 185/16 ซ. วัดดีดวด ถ. จรัลสนิทวงศ์ ซ. 12 แขวงวังท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม. 10600
    โทร. 02 412 0738

  8. นายประยงค์ วงษ์ดี Said,

    อยากได้ คู่มือครู ในการสร้างวินัยเชิงบวกในโรงเรียน ครับต้องทำอย่างไร

  9. ปัน Said,

    โครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือเด็กฯ ดำเนินการโดย NO หรือ NGO นะครับ
    ทราบผลการดำเนินการได้ที่ไหนครับ

  10. วิศนุ สุดาทิพย์ Said,

    อยากเข้าร่วมโครงการครับ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาที่โรงเรียน
    โรงเรียนบุ่งคล้านคร อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย 43140
    0831471556

  11. prachawit Blog | สร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง Said,

    […] http://www.noviolenceinschools.net/books/?p=8 นะครับ Categories: ทั่วไป […]

  12. onanong Said,

    verry smart and exceiience

  13. onanong Said,

    เป็นผลงานท่สร้างสรรค์ และเป็นแนวทางมนุษยนิยมท่สามารถปรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนได้ทุกระดับ เป็นแนวทางเพื่อให้สังคมเล็กๆใช้เป็นแนวทางในการสร้างสันติภาพ และลดระดับการใช้ความรุนแรงได้ในระดับ A+

Add A Comment

 


โครงการจัดทำสื่อเพื่อโครงการนำร่อง "โรงเรียนปลอดความรุนแรง"

ภายใต้โครงการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครอง สุขภาพและสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
แผนงานส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครอง สุขภาพและสิทธิมนุษยชน
ด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว และสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ติดต่อ โครงการจัดทำสื่อเพื่อโครงการนำร่อง "โรงเรียนปลอดความรุนแรง"
70/157 การเคหะหลักสี่ ถ.แจ้งวัฒนะ ซอย แจ้งวัฒนะ 5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2984-6080
E-mail : mediabyfriends@hotmail.com

Copyright ©2008 NoViolenceInSchools.net. All Rights Reserved.