|| โครงการวิจัย เรื่อง การประเมินผลโครงการนำร่อง โรงเรียนปลอดความรุนแรง
โครงการวิจัย เรื่อง การประเมินผลโครงการนำร่อง “โรงเรียนปลอดความรุนแรง”
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
หลังจากการที่โครงการเด็ก เยาวชน และครอบครัวได้ดำเนินงานเรื่องการพัฒนา รูปแบบแนวทางการป้องกันความรุนแรงต่อเด็กในพื้นที่โรงเรียนแบบยั่งยืนมาสองปี ทั้งใน รูปแบบของการศึกษาวิจัยโดยใช้หลักสูตรการป้องกันการรังแกกัน และหลักสูตรการสร้างวินัย เชิงบวกสำหรับครูและปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ คือระดับความรุนแรงในรูปของการรังแกกันในระหว่างนักเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับในระยะเวลาเดียวกัน คณะนักวิจัยอื่นๆ ภายใต้โครงการฯ ได้ศึกษาวิจัยและดำเนินกิจกรรมในบริบทอื่นๆ ไปพร้อมกัน เช่น กระบวนการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน การใช้สันติวิธี กระบวนการเยาวชนสมานฉันท์ เป็นต้น รวมถึงการถอดบทเรียนจากโครงการอื่นๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการลดความรุนแรงในกลุ่มเด็กและ เยาวชน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจปัญหาและกำหนดแนวทางป้องกันแก้ไขต่อไปในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง
ในระยะที่ 3 โครงการฯ จึงได้ดำเนินโครงการนำร่อง “โรงเรียนปลอดความรุนแรง” ขึ้นใน 5 จังหวัดของสี่ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา อุบลราชธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ โดยจะนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนต่างๆ ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการฯ ระยะ 1 และระยะที่ 2 มาปรับปรุงแก้ไข และขยายผลในโรงเรียนนำร่อง ซึ่งแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างในด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ระดับเศรษฐกิจของพื้นที่ เป็นต้น หลังจากนั้นจะดำเนินการประเมินผลในมาตรฐานเดียวกันที่เชื่อถือได้ทางวิชาการว่ารูปแบบของการดำเนินการใน โครงการโรงเรียนนำร่องทั้งหมดมีสัมฤทธิผลหรือไม่ อย่างไร ซึ่งผู้วิจัยได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องมือในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน “โรงเรียนปลอดความรุนแรง” และดำเนินการ ประเมินผลของโครงการนำร่องในทุกจังหวัด เพื่อให้สามารถประเมินผลในมาตรฐานเดียวกัน ที่เชื่อถือได้ทางวิชาการ ซึ่งประกอบด้วยการจัดเตรียมเครื่องมือประเมิน ติดตามเก็บรวบรวม ข้อมูลจากแต่ละแห่ง วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปรายงาน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาเครื่องมือในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน “โรงเรียนปลอดความรุนแรง”
2. เพื่อดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ผลของโครงการนำร่อง “โรงเรียนปลอดความ รุนแรง” ใน 5 จังหวัด
3. เพื่อให้ได้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนารูปแบบและ แนวทางการให้ความช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมรุนแรงในโรงเรียนต่อไป
ขอบเขตการศึกษา
1. พัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน “โรงเรียนปลอดความรุนแรง” เพื่อใช้ในการประเมิน สถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กในโรงเรียน
2. ประเมินสถานการณ์ก่อนการดำเนินงานของโรงเรียนนำร่องทั้ง 5 จังหวัด จากการสำรวจจากเด็กเองและผู้เกี่ยวข้อง เช่น ครู ผู้ปกครอง โดยใช้เครื่องมือทางการวิจัย เช่น แบบสอบถาม แบบทดสอบ การสัมภาษณ์ เป็นต้น และเมื่อดำเนินงานไปแล้วหนึ่งปีการศึกษาก็ทำการประเมินซ้ำอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบผล
3. จัดเตรียมเครื่องมือประเมิน ติดตามเก็บรวบรวมข้อมูลจากแต่ละแห่ง วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปรายงาน
ระเบียบวิธีการวิจัย/ แผนการวิจัย
1. จัดเตรียมเครื่องมือในการวิจัย คือแบบสอบถามเพื่อประเมินประสิทธิภาพและ ผลกระทบจากการดำเนินงานโครงการ นำออกใช้กับกลุ่มตัวอย่างในโครงการครั้งนี้ และประเมินประสิทธิภาพของหลักสูตร แล้วจึงนำข้อสรุปหรือบทเรียนจากการวิจัยนี้มาเป็นแนวทางเพื่อ นำไปขยายผลต่อไป โดยมีขั้นตอนของการจัดเตรียมเครื่องมือดังต่อไปนี้
1.1) รวบรวมและคัดเลือกเครื่องมือประเมินที่เหมาะสม
1.2) ติดต่อขออนุญาตผู้ถือลิขสิทธิ์เพื่อนำมาใช้
1.3) นำเครื่องมือที่คัดเลือกแล้วมาแปล เรียบเรียง ตามขั้นตอนที่เหมาะสม คือ
1.3.1) มอบหมายให้ผู้แปลซึ่งเป็นคนไทยที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษ
ทำการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย (forward translation) จำนวน 2 คน
1.3.2) นำต้นฉบับการแปลทั้งสองฉบับมาประชุมปรึกษา เปรียบเทียบกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ เพื่อทำการแก้ไขให้เหมาะสม
1.3.3) สรุปผลเป็นต้นฉบับภาษาไทยที่ได้รับการยอมรับโดยผู้แปลทั้งสอง
คนและผู้วิจัยหลัก
1.3.4) นำต้นฉบับที่ได้ไปมอบให้ผู้แปลคนที่สาม ซึ่งเป็นเจ้าของภาษา (อังกฤษ) ที่มีความรู้ความชำนาญในการใช้ภาษาไทยเป็นอย่างดี ทำการแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง (back translation)
1.3.5) นำต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้มาเปรียบเทียบกับต้นฉบับเดิม ศึกษาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างหรือผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วนำมาพิจารณาเพื่อตกลงแก้ไขต้นฉบับภาษาไทยอีกครั้ง
1.3.6) นำต้นฉบับภาษาไทยร่างสุดท้ายออกทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กเพื่อหาข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด และตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยการหาค่าทางสถิติ (psychometric properties) แล้วทำการแก้ไขปรับปรุงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนนำออกใช้จริง
……
2. ตัวแปรที่ต้องการวัด คือ พฤติกรรมการรังแกกันในกลุ่มนักเรียน พฤติกรรมรุนแรงต่อเด็กจากครู ทัศนคติและพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในนักเรียน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมรุนแรง และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความรุนแรงใน โรงเรียน เช่น บริบทในพื้นที่วัฒนธรรม โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของของเด็ก นักเรียน ผู้ ปกครอง ครอบครัว และชุมชน รวมถึงทักษะของครูและนักเรียนในการจัดการกับความรุนแรง โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการเปรียบเทียบ pre-test และ post-test ระหว่างกลุ่มตัวอย่าง
3. เครื่องมือที่ใช้ในการวัด ประกอบด้วยแบบสอบถามต่างๆ ซึ่งโดยรวมแล้วเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนหรือในชีวิตเด็กนักเรียน ทั้งที่เคยใช้มาแล้วในปีก่อนๆ และพบว่าเป็นประโยชน์ และที่ค้นหามาเพิ่มเติม โดยเลือกจากแบบสอบถามที่ได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานพอสมควร และได้รับการประเมินค่าทางสถิติว่ามีความแม่นตรงและเชื่อถือได้อยู่ในระดับดี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยคาดหมายว่าจะเก็บข้อมูลจากแต่ละเขตพื้นที่ โดยเก็บจากนักเรียนประมาณแห่งละ 500 ชุด และจากครูประมาณแห่งละ 100 ชุด ดังรายละเอียดต่อไปนี้
3.1) แบบสอบถามพฤติกรรมการรังแกกัน ซึ่งได้นำมาใช้ในการวิจัยในสองปีที่ผ่านมานี้แล้ว ประกอบด้วยข้อคำถามเกี่ยวกับการรังแกผู้อื่น การถูกรังแก ประเภทของการรังแก สถานที่เกิดเหตุ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ฯลฯ โดยผู้วิจัยพัฒนามาจากแบบสอบถาม The Revised Olweus Bully/Victim Questionnaire ที่มีการใช้ในงานวิจัยด้านการรังแกกันในหลายประเทศเป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว
3.2) แบบสอบถามทัศนคติและพฤติกรรมการลงโทษครูของนักเรียน (พัฒนาจากแบบ สอบถาม ISPCAN Parent Questionnaire: Punishment, Discipline and Violence in the Home) ซึ่งได้นำมาใช้ในการวิจัยในสองปีที่ผ่านมาเช่นกัน เพื่อประเมินระดับความรุนแรงที่ครูใช้ในการลงโทษนักเรียน
3.3) The National School Crime and Safety Survey - Staff Form เป็นแบบประเมินพฤติกรรมรุนแรงของนักเรียน เช่น การชกต่อย ทะเลาะวิวาท ทำร้าย จากการสังเกตของครูและบุคลากรในโรงเรียน
3.4) The National School Crime and Safety Survey - Student Form เป็นแบบประเมินพฤติกรรมรุนแรงของนักเรียน เช่น การชกต่อย ทะเลาะวิวาท ทำร้าย จากการสังเกตของนักเรียนเอง
3.5) School Climate Questionnaire เป็นแบบประเมินการรับรู้ของนักเรียนต่อบรรยากาศในโรงเรียน
3.6) Youth Risk Behavior Survey เป็นแบบประเมินพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน คือ พฤติกรรมรุนแรง พฤติกรรมทางเพศ การใช้บุหรี่ สุรา ยาเสพติด ความคิดหรือการพยายามฆ่าตัวตายและพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆ เช่น การกินอาหารและการออกกำลังกาย เป็นแบบสอบถามที่หน่วยควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกาใช้ประเมินสถานการณ์ในโรงเรียนทั่วประเทศทุกสองปี ติดต่อกันมากว่าสิบปีแล้ว
3.7) ชุดเครื่องมือประเมินความรุนแรงต่อเด็กของ Save the Children Sweden ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยทีมวิจัยด้านการลงโทษเด็กด้านร่างกายและจิตใจ (physical and emotional punishment) ขององค์กร และนำออกใช้ในการวิจัยในประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะสองสามปีที่ผ่านมานี้ โดยจะเลือกมาใช้เป็นบางส่วนเพื่อประกอบการอภิปรายกลุ่มย่อย (focus group) ได้แก่ (ก) การให้เด็กวาดรูปการถูกลงโทษและอภิปรายกลุ่มย่อย (ข) การวาดแผนที่ร่างกาย (Body Map) แสดงการถูกลงโทษ และอภิปรายกลุ่มย่อย
ระยะเวลาในการวิจัย
11 เดือน (1 ธันวาคม 2550 – 31 ตุลาคม 2551)
ผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการ
ผศ.ดร. สมบัติ ตาปัญญา















กราบเรียนท่านผศ.ดร. สมบัติ ตาปัญญา ข้าพเจ้าครูโรงเรียนบ้านป่าคาป่าม่วง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 2 สนใจที่อยากจะเข้าร่วมโครงการของท่าน และได้จัดทำโครงการโรงเรียนปลอดความรุนแรง ขึ้นในปีการศึกษา 2553 ขณะนี้ดำเนินการมาได้ระยะสั้นๆ แต่ยังขาดความรู้ในด้วนการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกันก่อนในหน่วยองค์กรของคณะครู เพราะยังมีครูบางท่านที่ไม่เปิดใจยอมรับกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งของโครงงการ แต่ก็ได้รับอนุมัตจากผู้บริหารรโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยและให้ดำเนินการได้ ปัญหาจึงติดขัดตรงที่ขาดความร่วมมือจากครูไม่ครบทุกคน เกรงว่าโครงการจะดำเนินการออกมาไม่สมบูรณ์ ข้าพเจ้าจึงขอความอนุเคราะห์จากท่านให้คำชีแนะ เพื่อให้โรงเรียนของข้าพเจ้าได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำดีและตอบสนองนโยบายโครงการของท่านที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและสังคมอย่างมาก
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ข้าพเจ้า ครูอัตราจ้าง โรงเรียนบ้านป่าคาป่าม่วง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่เขต 2
Add A Comment